ด้านที่ 3 อาคาร สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก

หมวดที่ 3 ด้านอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวก

3.1 ด้านอาคาร (Building)

 

3.1.1 B01S การออกแบบโครงสร้างอาคารให้มีความมั่นคงแข็งแรงและเป็นไปตามหลักวิศวกรรมที่กำหนด

 

3.1.2 B02A ออกแบบบริเวณรับ-ส่งผู้ป่วยที่อาคารให้มีความกว้างของถนนเพียงพอ รถ-ส่งผู้ป่วยและรถยนต์คันอื่นสามารถผ่านไปได้และมีที่จอดรถรับ-ส่งผู้ป่วยอยู่ มีระดับพื้นเสมอหน้าอาคารรับ-ส่งผู้ป่วยให้อยู่ในระดับเดียวกันพื้นอาคาร หรือมีเป็นทางลาดที่เหมาะสม และมีหลังคาหรือสิ่งปกคลุมที่สามารถป้องกันแดดและฝน

 

3.1.3 B03A บันไดหลักของอาคารผู้ป่วยนอก หรืออาคารที่เข้าข่ายตามกฎหมาย มีความกว้างสอดคล้องกับผู้ใช้ และมีจำนวนเพียงพอต่อการใช้งาน

 

3.1.4 B04A บันไดหนีไฟของอาคารผู้ป่วยนอก หรืออาคารหลักเข้าข่ายตามกฎหมาย และมีจำนวนชั้นตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป (โรงพยาบาลระดับ F ที่มีอาคารไม่เกิน 2 ชั้น ไม่ต้องประเมิน)

 

3.1.5 B05S ภายในห้องตรวจ หรือ ห้องตรวจ ออกแบบให้มีการติดตั้งอ่างล้างมือสำหรับแพทย์ โดยแยกจากอ่างเทสิ่งสกปรก/สิ่งส่งตรวจวัสดุ และเลือกใช้ก๊อกน้ำชนิดที่ไม่ใช้มือสัมผัส (เช่น ก้านปัดด้วยข้อศอก หรือระบบเซนเซอร์)

 

3.1.6 B06S ออกแบบให้มีอ่างล้างมือชำระล้างในห้องตรวจอย่างน้อย 2 แหล่ง ที่แยกแต่ละแหล่งออกจากกันอย่างชัดเจน (เช่น ก๊อกน้ำระบบใช้เท้าเหยียบเปิด-ปิด และแบบใช้ก้านปัดข้อศอก)

 

3.1.7 B07S ออกแบบเคาน์เตอร์สำหรับพยาบาล (แผนกผู้ป่วยนอก, ผู้ป่วยวิกฤต, ไอซียู) โดยความสูงของเคาน์เตอร์ระดับบนไม่เกิน 90 เซนติเมตร จากระดับพื้นห้อง เพื่อไม่ให้บังสายตาในการเฝ้าดูผู้ป่วย

 

3.1.8 B08S มีการออกแบบป้ายจัดหน้าห้องหรือหน้าแผนกบริการในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

 

3.1.9 B09S ออกแบบให้มีม่านหรือพยาบาลกั้นส่วนตัวผู้ป่วยเพื่อสายตาและความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย

 

3.1.10 B10A ออกแบบระดับระหว่างพื้นของโถงทางเดินและห้องสอดคล้องระดับความต่อเนื่อง มีระดับของพื้นให้เหมาะแก่การเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์ช่วยย้ายผู้ป่วย และสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ หรือสามารถนำแปลเข็นหรือเตียงผู้ป่วยไปได้โดยสะดวก

 

3.1.11 B11S ออกแบบแผนผังเส้นทางการให้บริการผู้รับบริการที่จุดเริ่มต้น และมีข้อมูลที่ถูกต้องตามวิชาชีพและกฎระเบียบของหน่วยงาน

 

3.1.12 B12A ออกแบบและเลือกใช้วัสดุพื้นผิวให้ง่ายต่อการทำความสะอาด และลดความเสี่ยงจากการลื่นล้ม (บริเวณงานเทถ่ายสิ่งส่งตรวจควรใช้พื้นผิวที่ทนทานต่อสารเคมีและทำความสะอาดได้ง่าย)

 

3.1.13 B13A ออกแบบและจัดบริการเทคนิคการแพทย์ให้เหมาะสมกับกำลังส่องสว่างและการจัดวางของหน่วยบริการ

 

3.1.14 B14S ออกแบบและจัดบริการเทคนิคการแพทย์ ให้สถานที่ปฏิบัติงานมีพื้นที่เพียงพอแก่การปฏิบัติงาน มีการจัดสถานที่ปฏิบัติงานเฉพาะ เช่น งานธนาคารเลือด งานพยาธิวิทยาคลินิก เป็นต้น

 

3.1.15 B15S ออกแบบและจัดบริการเทคนิคการแพทย์ ให้มีการเก็บรักษาวัตถุหรือสารอันตรายและสารไวไฟ โดยจัดให้เป็นหมวดหมู่ มีป้ายบ่งชี้ และจัดวางอย่างถูกต้องครบถ้วน

 

3.1.16 B16A ออกแบบห้องอาบน้ำรังสีวินิจฉัย ให้มีผนังและพื้นผิวที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเป็นลำดับแรกกรณีที่มีอาการกระทบทางวิศวกรรมการจัดวางเครื่องกำเนิดรังสีและสภาพการปฏิบัติงานห้องเครื่องกำเนิดรังสีที่กว้างขวาง

 

3.1.17 B17A ออกแบบและเลือกวัสดุห้องน้ำให้สามารถซักฟอกและทำความสะอาดได้ง่ายตามมาตรฐานการบริการ และมีการจัดแบ่งพื้นที่ใช้งานอย่างเหมาะสม แยกสัดส่วนจากบริเวณส่วนของผู้ป่วยทั่วไป (รพ. ระดับ F ไม่ต้องประเมิน)

 

3.1.18 B18A ออกแบบและจัดสรรพื้นที่สำหรับรวบรวมและกำจัดขยะ (ถ่าย) ของแผนกบริการเทคนิคการแพทย์ให้เหมาะสม มีขนาดความจุตามปริมาณขยะ และเหมาะสมต่อเทคนิคการบริหารจัดการขยะ

 

3.1.19 B19S แผนกบริการแพทย์แผนไทย (ถ้ามี) ออกแบบห้องสำหรับขัดผิวผู้เรียน มีขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า 0.70 เมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 1.80 เมตร ความสูงไม่ต่ำกว่า 0.70 เมตร และระยะห่างระหว่างเตียงไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร เตียงต้องมีลักษณะมั่นคงแข็งแรงตามมาตรฐานการประกอบโรคศิลปะสาขาแพทย์แผนไทยกำหนด

 

3.1.20 B20A อาคารภายในโรงพยาบาลที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันในอาคารหลังเดียวกันตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. ขึ้นไป ออกแบบและก่อสร้างให้ประหยัดพลังงาน (Building Energy Code)

 

3.2 ด้านสถานที่ (Place)

 

3.2.1 P01A มีแบบแปลน หรือผังอาคารและผังรวมของโรงพยาบาลที่สามารถเข้าถึงและใช้งานได้ง่าย

 

3.2.2 P02A ที่จัดบริเวณที่เหมาะสม ผังการกำหนดผังโรงพยาบาลและแบบแปลนอาคารของโรงพยาบาล รวมทั้งมีระบบการจัดเก็บที่เป็นปัจจุบัน

 

3.2.3 P03A ทางเข้า-ออกหลักของโรงพยาบาล ให้มีการจัดการทางเดินและทางวิ่งให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุดทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน

 

3.2.4 P04A ทางเข้า-ออกหลักของโรงพยาบาล กรณีโถงทางเดียว (one-way) ให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 3.50 เมตร หรือ กรณีช่องทางเดินรถสองทาง (two-way) ให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร

 

3.2.5 P05A มีป้ายที่ทำจากวัสดุที่คงทนถาวร ติดตั้งในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน สะดวกในการมองเห็น สอดคล้องกับสภาพการเข้าถึงและใช้งาน

 

3.2.6 P06A มีป้ายชื่อโรงพยาบาล ป้ายชื่ออาคารที่เป็นหน่วยบริการสำคัญ ได้แก่ แผนกฉุกเฉิน แผนกผู้ป่วยนอก เป็นต้น ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางวันและมีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน

 

3.2.7 P07A ออกแบบความกว้างของประตูหลักให้ใช้งานได้สะดวกรวมถึงการเคลื่อนย้ายรถเข็นและแปลหาม

 

3.2.8 P08A ออกแบบจัดที่เป็นทางข้ามถนนและจัดทำสัญลักษณ์ให้เห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถนำเก้าอี้รถเข็น (Wheelchair) หรือแปลหามเคลื่อนที่ผ่านได้สะดวก หรือจัดให้มีป้ายเตือนผู้ขับขี่รถยานพาหนะรวมถึงทางเดินเท้าสำหรับผู้เดินเท้า

 

3.2.9 P09A ออกแบบความกว้างเส้นทางเดินรถภายนอกอาคารในเขตพยาบาลหลักเพื่อรับรองในกรณีฉุกเฉินให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 2.50 เมตร และทางเดินเท้าต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 1.20 เมตร และมีผิวที่เรียบเสมอกันและป้องกันการลื่นล้ม

 

3.2.10 P10A ออกแบบทางลาดให้มีความสัมพันธ์กับส่วนความต่างระดับที่ความกว้างไม่น้อยกว่า 1.2 เมตร เป็นอย่างน้อย และจัดทำทางลาดให้มีพื้นผิวที่เหมาะสมสะดวกและปลอดภัยแก่ผู้รับบริการ

 

3.2.11 P11A ออกแบบทางลาดที่สัมพันธ์กับทางออกและทางลาดที่ถูกต้องและปลอดภัย

 

3.2.12 P12A ออกแบบให้มีที่จอดรถสำหรับผู้พิการอยู่ในทิศทางที่เข้าอาคารผู้ป่วยนอก ลักษณะเป็นไปตามกฎหมายกำหนด และมีป้ายหรือเครื่องหมายแสดงไว้อย่างชัดเจน

 

3.2.13 P13A มีการออกแบบและจัดบริเวณพื้นที่สำหรับจัดสวน พักผ่อน สันทนาการ มีความปลอดภัย มีสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพและจิตใจ

 

3.2.14 P14A ออกแบบพื้นที่ระหว่างอาคารให้มีการจัดผังภูมิสถาปัตยกรรม โดยเลือกใช้ไม้พรรณที่ไม่ก่ออันตราย หรือไม่ส่งผลกระทบ พื้นผิวปรับด้วยน้ำ (Porous Pavement) และมีแผนการปฏิบัติการบำรุงรักษา

 

3.3 ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities)

 

3.3.1 F01A มีป้ายแสดงภายในโรงพยาบาล ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถมองเห็นได้ชัดเจน (ประเภทย่อยหน่วยบริการหลักที่ใช้การรักษาพยาบาล)

 

3.3.2 F02A ที่มีการจัดทำประกาศไว้ในจุดและตำแหน่งต่างๆ และจัดแผนผังหรือผังแสดงหน่วยงานให้สามารถเข้าถึงได้และสอดคล้องกับพื้นที่

 

3.3.3 F03A ที่มีห้องน้ำ ส้วม สำหรับผู้รับบริการ ตั้งอย่างทั่วถึง ตามจุดให้บริการหลักในตำแหน่งที่เหมาะสม

 

3.3.4 F04A มีห้องน้ำสำหรับเด็กเล็ก เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

 

3.3.5 F05E ระบบไฟฟ้ากำลัง มีแผนผังระบบไฟฟ้าที่ใช้งานภายนอก และภายใน มีไดอะแกรมสายไฟฟ้าแรงสูง และสายไฟฟ้าแรงต่ำ, ตำแหน่งหม้อแปลง ตำแหน่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ไดอะแกรม ชนิดของสายไฟฟ้า การจ่ายไฟ เป็นต้น

 

3.3.6 F06E ออกแบบสายไฟฟ้าในท่อ และจัดเก็บให้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย ปลอดภัยในการใช้งาน ไม่กีดขวางทางสัญจร

 

3.3.7 F07E ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง บริเวณที่ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าทั้งแบบตั้งพื้น และแบบแขวน ติดตั้งในพื้นที่ที่มีระยะห่างเพียงพอ มีตาข่ายกั้นบริเวณปฏิบัติงาน ระมัดระวังเข้าถึงได้ มีป้ายแจ้งเตือนระวังอันตรายไฟฟ้าแรงสูง

 

3.3.8 F08E ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง มีแผนผังและผังวงจรไฟฟ้าจากตู้เมน (MDB), ตู้แผงสวิตซ์ย่อย (PANEL BOARD) และมีการติดป้ายชื่อแผงวงจร

 

3.3.9 F09E ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง มีตู้แผงควบคุมไฟฟ้าหลัก ตู้สวิตซ์แยกประเภทประจุไฟฟ้าจากเมน (MDB) และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองต้องแยกมีระบบจัดการที่ถูกต้อง

 

3.3.10 F10E ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง สอดคล้องกับความต้องการการใช้ไฟฟ้าภายในอาคาร

 

3.3.11 F11E ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง ให้มีการคัดแยกสมรรถนะของระบบไฟฟ้า และระบบจ่ายไฟฟ้า ในพื้นที่ที่ต้องการใช้เครื่องมือประเภทให้กำลังไฟฟ้า (กลุ่ม 2) (ยกเว้นกลุ่ม 1) เช่น บริเวณห้องผ่าตัด, ห้อง ICU ฯลฯ ซึ่งการจ่ายไฟฟ้าที่ต่อเนื่องสามารถก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

 

3.3.12 F12E ออกแบบระบบไฟฟ้าส่องสว่างในอาคาร ความส่องสว่างในระดับบริเวณ (21 ลักซ์) บริเวณทางเดิน (50 ลักซ์) และบริเวณสำหรับใช้ประกอบอุปกรณ์ทางอาคาร ในเวลากลางคืน และสอดส่องสว่างไฟฟ้าส่องสว่างภายนอกอาคาร ให้มีอุปกรณ์ป้องกันการโดนกระแทก/กัด และป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจรภายในสายภายนอกอาคาร ให้มีอุปกรณ์ป้องกันการใช้กระแสเกิน และป้องกันการสั่นของไฟฟ้า

 

3.3.13 F13E ออกแบบระบบไฟฟ้าส่องสว่างในอาคาร ให้ความสว่างในเวลากลางวันกลางคืน กับพื้นที่ภายในอาคาร บริเวณทั่วไป ให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานในแต่ละแผนกตามมาตรฐานสมาคมไฟฟ้าและแสงสว่างแห่งประเทศไทย

 

3.3.14 F14E ออกแบบระบบไฟฟ้าส่องสว่างฉุกเฉินกรณีเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้อง การติดตั้ง และแหล่งกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (เครื่องปั่นไฟ) หรือมีเป็นระบบสำรองไฟฟ้า ต้องมีการตรวจสอบตามระยะเวลาและมาตรฐานทางสถาบันวิศวกรรมสถาปัตยกรรมสากล ตรวจสอบความสว่างทางไฟฟ้าหลัก และป้ายทางหนีไฟให้มีตำแหน่งสว่างในกรณีไฟฟ้าหลักขัดข้องภายใน 10 วินาที ในการจ่ายไฟฟ้าอัตโนมัติ เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง มีระบบทางแสงสอดคล้อง

 

3.3.15 F15E ออกแบบระบบและติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้าเพื่อนำไฟจ่ายแบบต่อตรง UPS (Uninterruptible Power Supply) แบบ True Online Double Conversion Design, Pure Sine Wave สำหรับอุปกรณ์เครื่องมือไฟฟ้าที่ใช้รักษาผู้ป่วยวิกฤต เช่น ในห้องผ่าตัด, ห้องไอซียู และเป็นชุดแบตเตอรี่สำรองจ่ายไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 10 นาที

 

3.3.16 F16E ออกแบบระบบไฟฟ้าหลักและรอง โดยเลือกใช้แรงดันและกระแสไฟฟ้าที่สอดคล้องกับการเลือกใช้เครื่องมือให้เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. และสมาคมวิศวกรรมไฟฟ้าแห่งประเทศไทย รวมถึงตู้ไฟควบคุม ระบบควบคุมไฟฟ้าให้มีความสะดวกในการปิด-เปิด การบำรุงรักษา มีความปลอดภัยเพียงพอ

 

3.3.17 F17E ออกแบบระบบสายดิน จำนวน และขนาดของตัวนำไฟฟ้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อลดต่อการใช้งาน สามารถแยกขยะระหว่างตัวนำไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เลือกใช้เป็นอุปกรณ์ปรับแต่งไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม และปลอดภัย

 

3.3.18 F18E ออกแบบระบบปล่องหรือท่อส่งใหม่ สถานที่ตั้ง ต้องสอดคล้องกับผังถ่ายขยะ ว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจส่องระวังภัยอัคคีภัยในช่องลิฟต์ หรือท่อพ่นควันส่งผ้า และขอบเขตการกั้นพื้นที่ เช่น โถงเส้นทางหนีไฟ โถงพักรถ ห้องพักผู้ป่วย ห้องทำงาน ห้องเครื่อง ให้รูปแบบเป็นไปตามมาตรฐาน วสท. และกฎหมายกำหนด

 

3.3.19 F19E ออกแบบระบบควบคุมการเข้าออก (Access Control) เป็นระบบแบบ MANUAL หรือแบบเปิดด้วยไฟฟ้า เพื่อป้องกัน และควบคุมการเข้าถึงในสถานพยาบาล ที่ต้องการความปลอดภัย

 

3.3.20 F20E ออกแบบติดตั้งระบบโทรศัพท์, ระบบสื่อสารด้วยเสียงระบุตัว, ระบบเรียกพยาบาล และระบบเสียงประกาศ ครอบคลุมเขตสาธารณะ และสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ใช้งาน

3.3.21 F21E ออกแบบการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินที่ติดตั้งในแผงจ่ายไฟฟ้าที่อาคาร และตู้เมนไฟฟ้าหลัก (MDB), ตู้แผงย่อยกระจายไฟฟ้า (PANEL BOARD), ตู้ย่อยรองกระจายไฟฟ้า (SDB) และมีการติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่า

 

3.3.22 F22M มีการออกแบบประเภทลิฟต์สอดคล้องตามการใช้งาน เป็นสัดส่วนสำหรับอาคารตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป มีขนาดและจำนวนเพียงพอต่อการใช้งาน (โรงพยาบาลระดับ F ที่มีอาคารไม่เกิน 2 ชั้น ไม่ต้องประเมิน)

 

3.3.23 F23M ออกแบบบริเวณโถงหน้าลิฟต์บนทุกชั้นของอาคารให้มี พื้นที่อาคารเพียงพอ เข็นแปลเข็นสอดคล้องกับโครงสร้าง และมีการบ่งชี้ระดับชั้นอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสม

 

3.3.24 F24M ออกแบบให้มีลิฟต์ส่งตัวผู้ป่วยและมีขนาดเหมาะสมที่สามารถใช้งานได้โดยสะดวกในสถานการณ์ปกติและฉุกเฉิน สำหรับอาคารตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไปที่มีทางเดินระหว่างตึก

 

3.3.25 F25M ออกแบบระบบสับเปลี่ยน กรณีไฟฟ้าขัดข้องให้ใช้ระบบ ARD (Automatic Rescue Device) เพื่อให้ลิฟต์สามารถเคลื่อนไปเทียบชั้นใกล้ที่สุดและเปิดประตูให้ผู้โดยสารออกจากลิฟต์ได้ปลอดภัยกรณีไฟดับ

 

3.3.26 F26M ออกแบบพื้นที่ให้บริการและพื้นที่ปฏิบัติงาน ต้องจัดอากาศที่สะอาดจากภายนอกเข้าสู่พื้นที่บริการ/ปฏิบัติงาน ให้ได้อัตราการระบายอากาศที่เหมาะสม โดยใช้ระบบธรรมชาติหรือวิธีกล

 

3.3.27 F27M ออกแบบระบบควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศในบริเวณห้อง หรือพื้นที่ให้บริการและพื้นที่ปฏิบัติงาน

 

3.3.28 F28M ออกแบบระบบควบคุมการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ควบคุมละอองจากอากาศภายในห้องแยกผู้ป่วย ห้องรักษาพยาบาล ห้องเตรียมการพยาบาล ควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศหรือการระบายอากาศออกจากอาคารในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ให้กระจายออกจากห้อง ไปพื้นที่อื่นของสถานพยาบาล

 

3.3.29 F29M ออกแบบระบบควบคุมแสดงผลอากาศภายในห้องควบคุมผู้ป่วยที่มีแรงดันอากาศสูงหรือต่ำจากอาคาร โดยมีความดันเป็นลบ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคออกสู่ภายนอก